การต่อสู้คดีอาญา


    แม้การให้คำปรึกษาฟรี ทางไลน์หรือทางโทรศัพท์ จะดูเหมือนบริการที่เว็บวินัยฯ ทำแบบให้เปล่า แต่ความจริงแล้ว ผู้เขียนก็ได้รับอะไรมากมายที่แฝงมากับการให้คำปรึกษาประเภทนี้ ดังนั้นผู้เขียนจึงขอเล่าประสบการณ์จากการให้คำปรึกษาฟรี เพื่อชวนผู้อ่านให้เห็นมุมมองในหลายๆ ด้าน ชวนท่านสำรวจ และไตร่ตรองว่าอะไรคือสิ่งที่ควรวางแผน หรือควรทำในการต่อสู้คดี เพื่อหาทางกลับบ้าน 

    1.การส่งฟ้องศาล ส่วนใหญ่ หลังการเซ็นรับทราบคำสั่งลงโทษวินัยร้ายแรง ได้ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี ก็จะมีหนังสือจากผู้ไต่สวน แจ้งนัดหมายล่วงหน้าประมาณ 15 วัน ให้ท่านเดินทางไปพบอัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาล  โดยหนังสือฉบับดังกล่าว จะแจ้งเรื่องสำคัญที่ท่านควรทราบและควรจัดเตรียมล่วงหน้า ดังนี้
  • แจ้งฐานความผิดอาญา ที่อัยการจะสั่งฟ้องท่าน
  • แจ้งให้ท่านจัดเตรียมหลักทรัพย์มาใช้ประกันตัว หากประสงค์จะประกันตัวเพื่อมาต่อสู้คดีในระหว่างการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

    2.เมื่อตกเป็นจำเลย : ให้ตั้งสติและรวบรวมพยานหลักฐาน
  • ตั้งสติและยอมรับความจริง : การถูกฟ้องไม่ใช่จุดจบของชีวิต แต่คือจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
  • วบรวมเอกสารทันที : คดีทุจริตสู้กันด้วยเอกสาร ให้จัดเก็บหนังสือสั่งการ ระเบียบ และบันทึกข้อความที่เกี่ยวข้องไว้ในที่ปลอดภัยที่สุด รวมทั้ง ให้ถ่ายสำเนาไว้หลายๆ ชุด อย่ามอบเอกสารที่ท่านมีเพียงชุดเดียวให้กับผู้ใดเป็นอันขาด แม้จะเป็นทีมนักกฎหมายของท่านก็ตาม หากท่านมีรายงานไต่สวนฯ ก็ควรนำไปพบทีมนักกฎหมายเพื่อวิเคราะห์หาพยานหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการต่อสู้คดีไว้ล่วงหน้า 
    3. การประกันตัว : อิสรภาพในการไปหาพยานหลักฐาน คือหัวใจของการต่อสู้คดี
  • ตรียมหลักทรัพย์ให้พร้อม : ประสานนายประกันเพื่อเตรียมหลักทรัพย์ (เช่น เงินสดหรือโฉนดที่ดิน ) ให้พร้อมตั้งแต่วันแรกที่ไปศาล  เพราะคดีทุจริต มักเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและเอกสารจำนวนมากที่อยู่ในความครอบครองของที่ทำงานเก่าของท่าน ส่วนพยานหลักฐานที่โจทก์นำส่งศาล ส่วนใหญ่ก็มีแต่พยานหลักฐานที่ใช้สนับสนุนว่าท่านกระทำความผิดเท่านั้น ดังนั้น การประกันตัวในระหว่างการต่อสู้ในศาลชั้นต้น เพื่อไปช่วยทีมนักกฎหมายค้นหาพยานหลักฐานที่จำเป็นในการต่อสู้คดีจากที่ทำงานเก่าอันเป็นสถานที่เกิดเหตุจึงเป็นเรื่องจำเป็น
  • ถ้าไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว: ท่านสามารถซื้อประกันอิสรภาพจากบริษัทประกันภัยหรือใช้บริการนายประกันที่ขึ้นทะเบียนไว้กับศาลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะคิดค่าบริการประมาณ 10 เปอร์เซ็นของวงเงินค่าประกันตัวที่ศาลกำหนด โดยวงเงินค่าประกันตัวนั้น ท่านสามารถโทรสอบถามตัวเลขคร่าวๆ จากศาล โดยแจ้งตามฐานความผิดที่ผู้ไต่สวนแจ้งมาในจดหมายต่อเจ้าหน้าที่ศาล
    4. การทำคำให้การ: อาวุธชิ้นแรกในการเปิดเกมสู้
  • แสดงความบริสุทธิ์ใจ : ให้การปฏิเสธอย่างมีเหตุผล โดยเน้นย้ำว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ กฎหมาย และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยชอบแล้ว
  • อย่ายึดติดกับการปฏิเสธลอยๆ: การสู้ว่า "ไม่ได้ทำ" หรือ "ไม่รู้เรื่อง" ใช้ไม่ได้ผลในศาลคดีทุจริต โครงสร้างคำให้การที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการสู้คดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ คือ "การขาดเจตนาพิเศษ"
  • อย่าปฏิเสธแบบเหมารวม : การเขียนคำให้การสั้นๆ ว่า "ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา" ไม่เกิดประโยชน์ในระบบไต่สวน เพราะศาลจะยึดรายงานไต่สวนของ ปปช. หรือ ปปท.เป็นหลัก
  • คำให้การแก้คำฟ้อง ท่านควรชี้ให้ชัดเจนเป็นข้อๆ ว่า รายงานไต่สวนของโจทก์คลาดเคลื่อนตรงไหน เช่น โจทก์คำนวณราคากลางผิดพลาดอย่างไร หรือขั้นตอนไหนที่โจทก์อ้างว่าท่านข้ามขั้นตอน แต่แท้จริงแล้วมีกฎหมายระเบียบเฉพาะฉบับอื่นให้อำนาจท่านทำได้ การชี้เป้าอย่างละเอียดจะช่วยให้ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับท่านที่สุด
  • ชี้ช่องข้อเท็จจริง: อธิบายลำดับเหตุการณ์ (Timeline) ในคำให้การ เพื่อให้ศาลเห็นว่าท่านไม่มีเจตนาทุจริตหรือไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
    5.การเสนอชื่อและตั้งคำถามพยาน : คัดสรรความจริงอย่างแม่นยำ
  • การคัดเลือกพยาน : ให้เสนอชื่อพยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์จริง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านระเบียบพัสดุ/การเงินเพื่อมาอธิบายความถูกต้องของขั้นตอนเพื่อสนันสนุนประเด็นที่ท่านใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดี ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคดี ส่วนใหญ่หลังจากเจ้าพนักงานคดีรับรายชื่อพยานบุคคลจากท่านไปแล้ว ก็มักจะเสนอความเห็นต่อศาลฯ ว่าเห็นควรอนุญาตให้นำตัวพยานบุคคลรายนั้นรายนี้เข้าสืบตามประเด็นที่ท่านให้การต่อสู้คดีไว้เท่านั้น  ตัวอย่างเช่น คดีทุจริตเรียกเงินค่าออกใบอนุญาตก่อสร้างฯ ที่ผิดแนวร่นตาม พรบ.อาคาร เมื่อปรากฏตามทางไต่สวนว่า นาย ก. ประชาชนผู้ขออนุญาตได้จ่ายเงินและรับใบอนุญาตที่มิชอบกับช่างที่รับเรื่อง ส่วนช่างที่รับเรื่องก็รับสารภาพในชั้นไต่สวนฯ ว่าได้รับเงินจริงและไม่ได้แบ่งกับผู้ใด เมื่อคดีนี้จำเลยในฐานะผู้บังคับบัญชาผู้ออกใบอนุญาตได้วางแผนสู้คดี โดยทำคำให้การต่อสู้คดีในประเด็นว่าตนเองไม่มีเจตนาออกใบอนุญาตที่มิชอบ แต่เป็นเพราะถูกช่างใช้เอกสารเท็จลวงให้ลงนาม ดังนั้น นาย ก. ประชาชนผู้จ่ายเงินและรับใบอนุญาตที่มิชอบ จึงไม่ใช่พยานบุคคลในประเด็นที่จำเลยยกขึ้นสู้ว่าถูกช่างลวงด้วยเอกสารเท็จ หากเสนอชื่อพยานรายนี้ไปก็อาจถูกตัดทิ้งได้ 
  • ทำการบ้านเรื่องคำถาม : ให้ร่วมมือกับทีมนักกฎหมายในการร่าง "คำถามค้าน" เพื่อทำลายน้ำหนักคำให้การของพยานโจทก์ และร่าง "คำถามติง" เพื่ออุดรอยรั่วของฝ่ายเรา ทั้งนี้ ก่อนวันสืบพยาน เมื่อท่านได้รับประเด็นคำถามจากฝ่ายโจทก์แล้ว ก็ควรนัดประชุมกับทีมนักกฎหมายเพื่อซักซ้อมคดี
    6.วันสืบพยาน : บุคลิกภาพและการควบคุมอารมณ์
  • แต่งกายสุภาพและตรงเวลา แต่งกายด้วยชุดสุภาพ เพื่อแสดงความเคารพต่อศาล
  • อย่าตื่นตระหนกเมื่อศาลซักถามท่านโดยตรง การที่ศาลถามไม่ได้แปลว่าศาลจับผิด แต่ศาลกำลังเปิดโอกาสให้ท่านได้อธิบายข้อเท็จจริงในส่วนที่สำนวนของ ปปช. หรืออัยการเขียนมาไม่ชัดเจน จงใช้โอกาสนี้ตอบด้วยความสัตย์จริงและมีเหตุผล
  • ตอบคำถามอย่างมีสติ : ฟังคำถามให้จบ ตอบเฉพาะสิ่งที่รู้และจำได้ หากจำไม่ได้ให้บอกจำไม่ได้ ไม่ต้องคาดเดาหรือแต่งเติม และที่สำคัญคือต้องควบคุมอารมณ์ ไม่ควรโต้เถียงศาล , อัยการหรือผู้ว่าคดี
  • การควบคุมภาษากาย : ศาลอาจจ้องมองปฏิกิริยาของจำเลยตลอดเวลา การนั่งหลังตรง การสบตาศาลอย่างมั่นใจเมื่อตอบคำถาม จะส่งสัญญาณถึงความบริสุทธิ์ใจ และไร้ข้อพิรุธ
  • ไม่ควรตอบคำถามในลักษณะ  "บิดเบือนข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับพยานเอกสาร" เพราะจะทำให้ศาลเห็นว่าท่านขาดความน่าเชื่อถือ 
    7. คำแถลงปิดคดี : บทสรุปสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวศาล
  • สรุปข้อพิรุธของโจทก์: ฉายภาพให้ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีความน่าสงสัยตามสมควรอย่างไร
  • คำแถลงปิดคดี ควรมุ่งเป้าไปที่ "ความน่าสงสัย": เพราะบางครั้งกลวิธีในการต่อสู้คดี อาจไม่ใช่การพิสูจน์ว่าจำเลยเป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่คือการเขียนสรุปให้ศาลเห็น "ช่องว่างและข้อพิรุธ" ในพยานหลักฐานของโจทก์ 
  • ตอกย้ำความบริสุทธิ์: รวบรวมประเด็นสำคัญจากการสืบพยานทั้งหมด เพื่อเขียนสรุปหักล้างข้อกล่าวหาอย่างเป็นระบบและด้วยคำโน้มน้าวที่ทรงพลัง
    8.วันฟังคำพิพากษา : เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์
  • เตรียมใจและเตรียมพร้อม: พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สงบ ยอมรับว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ และในห้องพิจารณาคดีห้ามอัดเสียงขณะศาลอ่านคำพิพากษา 
  • เตรียมหลักทรัพย์เผื่ออุทธรณ์คำพิพากษา : กรณีที่ผลการตัดสินคดีไม่เป็นตามที่คาดหวัง หากหลักทรัพย์เดิมของท่านมีราคาประเมินสูงกว่าวงเงินประกันตัวชั้นอุทธรณ์ที่ศาลกำหนด ท่านอาจใช้หลักทรัพย์เดิมประกันตัวต่อไปได้ หรือติดต่อนายประกันไว้ล่วงหน้าเพื่อเตรียมการเรื่องหลักทรัพย์ประกันตัวเพิ่มเติม  ทั้งนี้ ที่ผู้เขียนพบเห็นส่วนใหญ่ ค่าประกันตัวในชั้นอุทธรณ์จะสูงกว่าค่าประกันตัวในศาลชั้นต้นประมาณ 20- 25 เปอร์เซ็นต์ 
    9.ข้อคิดในการหาทางกลับบ้าน 
  • เลือกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง : คดีทุจริตมีกฎหมายเฉพาะและซับซ้อนมาก ควรเลือกทีมนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ในศาลอาญาทุจริตโดยตรง 
  • เลือก "ทีมนักกฎหมายที่ทักษะการเขียนสรุปความเพื่อหักล้างข้อกล่าวหาของโจทก์ได้อย่างเป็นระบบ" :  เพราะคดีทุจริตไม่ใช่คดีทำร้ายร่างกายหรือวิ่งราวทรัพย์ที่จะใช้วาทศิลป์ในศาลเพื่อพลิกคดีได้ แต่ต้องการทีมนักกฎหมายที่ยอมนั่งอ่านเอกสารราชการนับพันหน้าเพื่อหา "ช่องโหว่เพียงบรรทัดเดียว" ที่จะช่วยชีวิตคุณได้
  • ตระหนักว่าทีมนักกฎหมายที่ดีในระบบไต่สวน คือคนที่ช่วยศาลสรุปข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และชี้ให้ศาลเห็นพยานหลักฐานสำคัญที่จะช่วยล้างมลทินให้จำเลยได้
     ขอให้ทุกท่านโชคดี และได้กลับบ้าน กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หนังสือชี้แจงข้อกล่าวหา (หนังสือ-ต้อง-ห้าม-พลาด)