ชี้แจงข้อกล่าวหา…เส้นทางที่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

         
      ผู้ถูกกล่าวหาหลายท่านอาจเคยได้ยินเรื่องการสอบสวน/ไต่สวน ที่สุดท้ายแล้ว “จบไม่สวย” นั่นอาจเป็นเพราะความยุ่งยากในการชี้แจงข้อกล่าวหานั้น นอกจากจะมีเรื่องความไม่รู้วิธีการเขียนหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และการขาดไร้ซึ่งรูปแบบ และตัวอย่างหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้ว การรับมือกับ “ข้อกล่าวหา” ที่หนักหน่วงเป็นอีกหนึ่งโจทก์ใหญ่ ที่ผู้ถูกกล่าวหาจะต้องประสบ อีกทั้ง ยังมีปัญหาเรื่องการค้นหา “พยานหลักฐาน” เพื่อนำมา สนับสนุนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เป็นเรือพ่วงติดตามมา ซึ่งแต่ละปัญหาล้วนชวนให้ผู้ถูกกล่าวหา บางท่านถึงกับท้อแท้ และสิ้นหวังต่อการทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยานเอกสารเก่าที่ย้อนหลังไปหลายปี

การชี้แจงข้อกล่าวหา ปปช ,คำชี้แจงข้อกล่าวหา ปปช

รูปแบบการชี้แจงข้อกล่าวหา

        การแก้ข้อกล่าวหาในการสอบสวน / ไต่สวนนั้น ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา สามารถดำเนินการแก้ข้อกล่าวหา ได้ 2 รูปแบบ ตัวอย่างเช่น
  1. หนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
  2. การให้ถ้อยคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
       แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ถูกกล่าวหา มักจะเลือกการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแบบส่งเป็นหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มากกว่าการเข้าให้ถ้อยคำชี้แจงข้อกล่าวหา อาจเป็นเพราะมันง่าย รวมทั้งสามารถเลือกส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทางไปรษณีย์ก็ได้ บรรดาความตึงเครียดจากการเผชิญหน้า ระหว่างผู้ถูกกล่าวหา ในฐานะผู้ท้าชิงข้อกล่าวหา กับผู้สอบสวน/ไต่สวน ในฐานะผู้ตั้งข้อกล่าวหาก็ลดน้อยลง เพราะเมื่อส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อกันแล้ว แต่ละฝ่ายก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน แทบจะไม่ต้องพบกันอีก แต่ในความเรียบง่ายและความสะดวกสบายเช่นนี้ ก็อาจเป็นมหัตภัยเงียบและแฝงไว้ด้วยความน่ากังวล ว่าในอีก 5 – 6เดือนหรือ 1 ปีข้างหน้า  จะมีคำสั่งลงโทษหรือหนังสือแจ้งผลการยุติเรื่อง แจ้งเวียนมาให้เซ็นทราบหรือไม่ อย่างไร

ชี้แจงข้อกล่าวหา ตัวแปรอนาคตและอิสรภาพ

        ที่จริงแล้วทีมงานเว็บวินัยฯ คุยกันมาเยอะตอนทำเนื้อหาเรื่องการสอบสวนวินัยร้ายแรง และการไต่สวนที่มีการชี้มูลความผิดทั้งทางวินัยและทางอาญาในเพจการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ว่า ไม่อยากเล่าเรื่องหรือยกตัวอย่างการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาอย่างคนโลกสวย เพราะปลายทางของกระบวนการสอบสวน/ไต่สวน ไม่ได้มีแต่เรื่องเชิงบวก ผู้ถูกกล่าวหาที่ผิดหวัง อาจมีภาระเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษวินัย หรือการต่อสู้คดีอาญาติดตามมาภายหลัง แต่สุดท้ายแล้วภาพที่ทีมงานคิดว่าใครๆอยากเห็น ก็คงหนีไม่พ้นภาพแห่งชัยชนะในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งก็คือ “การยุติเรื่อง” หรือการได้รับคำวินิจฉัยให้ข้อกล่าวหาตกไป

        ดังนั้น ทีมงานเว็บวินัยฯ จึงได้คิดจัดทำบทความต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ในกระบวนการสอบสวน/ไต่สวน เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาทุกท่านได้ศึกษา และใช้เป็นแนวทางในการต่อสู้คดี ช่วยตนเองให้พ้นจากความรับผิดได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพต่อไป


วิธีชี้แจงข้อกล่าวหา , ตัวอย่างการชี้แจงข้อกล่าวหา ปปช , ตัวอย่างการชี้แจง

เทคนิค "ชี้แจงข้อกล่าวหา"     

        การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในทางกฎหมายนั้น ผู้ถูกกล่าวหาจำต้องมีเทคนิคในการแก้ข้อกล่าวหา ซึ่งเทคนิคสำคัญของการชี้แจงข้อกล่าวหาที่จะกล่าวไว้เบื้องต้นในหน้าเพจนี้ คือ การจับกลุ่มข้อความตามการบรรยายข้อกล่าวหา ของผู้สอบสวน/ไต่สวน และนำมาถอดแยกตามองค์ประกอบความผิด ในฐานผิดต่างๆ ตัวอย่าง เช่น
  1. ฐานความผิดทางวินัย ตามประเภทข้าราชการ เช่น พรบ.ขรก.พลเรือน พรบ. ขรก.ครู หรือ ขรก.ท้องถิ่น
  2. ฐานความผิดทางอาญา หมวดความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ (มาตรา 147 – 166)
  3. ฐานความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542
       ทั้งนี้ เพื่อการค้นหาพฤติการณ์กระทำผิด ตามท้องเรื่องที่ถูกกล่าวหาในแต่ละองค์ประกอบความผิด  กับทั้งเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้เลือกใช้เป็นประเด็นโต้แย้งในการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามแนวทางต่อสู้คดีที่วางไว้   
       และนอกจากเทคนิคการชี้แจงข้อกล่าวหาข้างต้นแล้ว กระบวนการแก้ข้อกล่าวหายังมีเทคนิคที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการนำข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกกล่าวหาในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ซึ่งผ่านการเก็บข้อมูลและการค้นหาพยานหลักฐานจนได้ข้อยุติแล้ว มาปรับกับองค์ประกอบความผิดตามข้อกฎหมาย และใช้เป็นข้อมูลหรือวัตถุดิบในการเขียนแก้ข้อกล่าวหา เพราะการส่งหนังสือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ด้วยคำอธิบายที่สั้น และขาดเหตุผล  รวมทั้ง ไร้ซึ่งพยานหลักฐานที่ใช้สนับสนุนการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา มันอาจจะเกิดผลร้ายต่อรูปคดีของผู้ถูกกล่าวหาในชั้นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษหรือชั้นศาล 

ท้ายเพจ “ชี้แจงข้อกล่าวหา”

       หากเปรียบเปรยว่า การลงทุนเก็บพยานหลักฐานเพื่อประกอบการชี้แจงข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน / ไต่สวนนั้น เปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสี่ตัว  ก็คงจะเป็นคำกล่าวที่ไม่ผิดไปจากข้อความท้ายนี้เท่าใดนัก 
       เพราะว่ากระบวนการทางวินัยตั้งแต่ต้นจนจบ ต่างใช้การพิจารณาในระบบไต่สวนเช่นเดียวกัน กล่าวคือ
  1. การพิจารณาชั้นสอบวินัย / ชั้นไต่สวนชี้มูลความผิด -> ใช้ระบบไต่สวน
  2. การพิจารณาชั้นอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ  –> ใช้ระบบไต่สวน
  3. การพิจารณาชั้นศาลปกครอง –> ใช้ระบบไต่สวน 
  4. การพิจารณาชั้นศาลคดีทุจริตฯ –> ใช้ระบบไต่สวน
      ดังนั้น เมื่อกระบวนการทางวินัยทุกระดับชั้น ต่างใช้การพิจารณาในระบบไต่สวน ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ควรมองการณ์ไกล ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในชั้นสอบสวน / ไต่สวน และเลือกวางแผนการเก็บพยานหลักฐานที่เป็นคุณต่อตัวท่าน สำรองไว้สำหรับการต่อสู้คดีหรือการลดหย่อนโทษ หากว่าท่านจำต้องลงสนามอีกครั้งในชั้นอุทธรณ์ฯ หรือชั้นศาล. 

on 20:26 by วินัย.com โทรปรึกษาฟรี |